Novel

กว่าจะรู้ใจ

ตอนที่ 2

ตอนผมอายุประมาณ 15 ผมได้ย้ายเข้ามาอยู๋บ้านหลังใหม่ บ้านหลังใหม่หลังนี้อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งผมได้พบกับเด็กผู้ช่ยคนหนึ่งอายุราว ๆ 10 ปี เขาชอบมาวิ่งเล่นข้างถนน มันเป็นด้านหน้าของบ้านที่ผมอยู่ เขามักจะมากับเพื่อนบ่อย ๆ บ่อยมาก ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน

ผมทราบชื่อของเขาภายหลังว่าเขาชื่อ ป๋อง อยู่ซอยถัดไปในบ้านหลังสีฟ้า นับจากปากซอยเข้าไปเขาเป็นบ้านหลํงที่ห้าของซอย

ที่ผมได้ทราบชื่อของเขาก็เพราะ ลูกบอล ลูกกลม ๆที่เขามักเล่นกันกับเพื่อนมันบังเอิญลอยเข้าไปในบ้าน ซึ่งมันก็ตกลงมาตรงที่ข้างต้นไม้ที่ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่พอดี

ผมลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปใกล้ลูกกลม ๆลูกนั้น และหยิบมันขึ้นพร้อมทั้งพามันไปที่ประตูรั้วหน้าบ้านเพื่อถามหาเจ้าของที่ใจร้ายเตะมันทิ้งไปซะไกล

"นี่ลูกบอลของใคร?" ผมเอ่ยถาม เมื่อเดินมาหยุดยืนตรงหน้ารั้วบ้าน

"ของผมครับ" เสียงตอบรับใส ที่มาจากเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้น

ผมมองสายตาที่ดูจะสดใส ไร้ซึ้งรอยที่จะหวาดแกลงว่าจะถูกต่อว่าได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม

"ชื่ออะไรอ่ะเราน่ะ" ผมถามออกไป พร้อมทั้งหมุนลูกบอลกลม ๆ ที่อยู๋ในมือไปด้วย ทำให้เด็กตรงข้ามกับรั้วของเขายืนทำตาโต (เหมือนอะไรดีล่ะ ไข่ห่านแล้วกัน)แต่ผมก็ไม่ได้สนใจพวกเพื่อนของเขาหรอก ผมสนใจเด็กชายที่ผมจ้องตาอยู่เพียงคนเดียว

"ป๋อง ครับ" เขาเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูจะอ้วนวอน

"พี่อย่าบอกแม่น่ะว่าผมมาเล่นข้างถนนแบบนี้" เขาเอ่ยต่อก่อนที่จะก้มหน้าลงมองพื้น เหมือนเป็นอาการที่แสดงออกถึงการสำนึกผิด ส่วนผมก็คิดในใจพรางขำเล็ก ๆ ว่า 'ผมจะไปรู้จักแม่เขาได้ไงกัน ผมก็เพิ่งจะเคยเจอหน้ากันตรง ๆ กับเขาก็ครั้งนี้แหละ' แต่ก็พยักหน้ารับอย่างโดยดีโดยไม่เอ่ยถามสักคำว่า 'ทำไมล่ะ ทำไมถึงบอกไม่ได้' ผมไม่ได้เอ่ยถามออกไปเพียงแต่เก็บไปคิดในใจเพียงคนเดียว

-

-

-

นี่ก็ผ่านมา 7 ปีแล้ว หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเขาก็ได้แวะเวียนมาหาผมบ่อยมาก จนถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งมาด้วยมีธุระ ไม่มีธุระจนคนในบ้านผทรู้สึกว่าเขาก็เป็ฯอีกส่วนหนึ่งของบ้านผม ทั้งพ่อ น้องชายและก็ตัวผมเองต่างก็รัก และเอ็นดูเขาทั้งบ้าน เพราะเขาเป็นคนพูดจามีครับตลอด ขอบคุณตลอด รวมไปถึงอุปนิสัยที่ร่าเริ่ง ยิ้มแย้มทุกวัน ดูสดใสสมวัย แถมเป็นคนที่ช่างซักมาก แต่ยังไงนี่คือทุกสิ่งที่ผมชอบในตัวของเขา -ป๋อง-

และวันนี้เขาก็เข้ามาหาผม เราคุยเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถามทุกข์สุข ร่วมไปถึงการเรียนของผม เราคุยกันได้ครู่ใหญ่แล้วเขาก็ขอตัวกลับ เพราะเกรงว่าแม่จะเป็นห่วงที่เขาออกมาโดยที่ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยวเลย

เขาเดินออกห่างจากจุดที่ผมนั่งไปเรื่อย ๆ สายตาของผมก็จับจ้องแผ่นหลังของเขาไปด้วยที่ผมไม่อยากให้เขากลับก่อนเลยอยากให้อยู่คุยกันต่อ

แต่ทำไงได้ล่ะ ก็เราไม่ใช่เจ้าของตัวเขานี่นา ผมได้แต่ถอนหายใจและหันกลับมาจดจ่อกับหนังสือนิตรยสารสุขภาพที่อยู่ในมือต่อไป เมื่อเขาได้เดินไปจนถึงขอบรั้วบ้าน

-อะไรหลาย ๆ ที่ผมคิดอยู่ในใจมันจะมีไหมที่สักวัน ผมจะได้บอกสิ่งเหล่านั้นได้ให้เขาฟัง-


------------------------------------------------------

************

จบอีกตอนแล้ว

ขอบคุณที่ติดตามน่ะครับ




edit @ 2006/10/30 22:32:57

นิยายเกย์เรื่องแรกที่ผมแต่ง

กว่าจะรู้ใจ

ตอนที่ 1

- กริ้ง ๆ กริ้ง ๆ กริ้งงงงงงงงง -

เสียงนาฬิกาปลุกขานร้องรับตะวันตรงตามที่เจ้าของเครื่องตั้งใจกำหนดไว้

ภายนอกห้องแสงสีทองนวลของยามเช้ากำลังส่องแสงอย่างสวยงาม

ภายในห้องยังคงสลัว แต่ยังคงสามารถที่จะมองเห้นร่างเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มอายุราว 17 ปี กำลังงัวเงียอยู่บนเตียงนอน เขาคงคิดว่าจะตื่นไปอาบน้ำดีหรือว่าจะนอนต่อ

ครู่หนึ่งผ่านไป การตัดสินใจของเขาก็คงได้ข้อสรุป

เมื่อร่างของเขาได้ออกเดินมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ แน่ละเขาก็กำลังจะไปอาบน้ำ

เวลาผ่านไปไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้ย่างกายออกมาจากห้องน้ำ

หน้าตาที่ดูคมเข้ม ดวงตาหวาน จมูกได้รูปมีดั้งนิดหน่อย ได้ค่อย ๆ ชัดขึ้น เมื่อหน้าต่างหน้าได้ถูกเปิดขึ้น สองมือที่เรียวยาวได้รูปรวบผ้าม่านสีฟ้าน้ำทะเลเพื่อที่จะผูกเก็บให้ดูดีเหมือนอย่างวันก่อน ๆ

"เฮ้อ..." เสียงถอนหายใจดังออกมาจากชายหนุ่มที่ยืนใช้มันหน้าต่างไว้เพื่อที่จะชะเง้อหน้าอันคมเข้ม ออกไปรับแดด ซึ่งก้อไม่เช้าแต่จะเป็นสายซะมากกว่า

"วันนี้อากาศดีจังเลย" เขาพูดกับตัวเองพลางยิ้มเล็ก ๆ และก็คิดในใจไปด้วย 'ก็แหงล่ะ นี่มานเดือนเมษาหน้าร้อนน่ะไม่ใช่หน้าฝนซะหน่อย'

ใกล้เที่ยงแล้ว ร่างของเด็กหนุ่มจึงโผล่ออกมาจากห้อง

"ป๋อง" เสียงแหลมที่ดูคล้ายว่า คนที่เป็นเจ้าของเสียงอายุจะราว ๆ 40 กว่า ๆ

"ครับ...แม่" เขาตอบรับผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่รอช้า

"จะไปไหนอะเรา ไม่ค่อยอยู่บ้านเลยน่ะ" ผู้เป็นแม่ถามกึ่งดุ

"แถวนี้แหละ แม่ก็ พูดเหมือนผมไม่อยู่บ้านเลยงั้นแหละ" เขาตอบพร้อมสีหน้าที่ดูจะเคียงนิดหน่อย

แล้วก็เดินออกจากประตูบ้าน เพื่อมุ่งออกไปยังจุดหมายที่เขาจะไป

ป๋องออกเดินทางได้ไม่นานนัก ก็มาถึงบ้านหลังหนึ่งไม่ใหญ่มากนัก มีหลังคาที่แดงสดดูแล้วอาจทำให้ร้อนรุ่มได้ หน้าบ้านมีดอกดาวเรื่องกลุ่มหนึ่งชูดอกบานน่ามอง ถัดมานิดหน่อยยังมีบ่อปลาเล็ก ๆ ที่มีนำพุที่กำลังพุงทยานขึ้นมาและร่วงลงไปเป็นระยะดูสดชื่นตา

ป๋องกวาดสายตาต่อไปจน เจอกับบางสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เขากำลังมองหาอยู่

ชายร่างสูงโปรง ผิวขาวเนียน ดวงตากลมโต บวกกับคิ้วดำหนา ช่วยขับให้ผิวที่ขาวค่อนข้างจะซีด ดูเข้มขึ้นมาได้บ้าง นั่งทอดร่างอยู๋บนเก้าอี้ไม้สีขาวข้างต้นไม้ที่ดูจะเหมือนจะเป็นต้นไม่ประเภทจำปีอะไรทำนองนี้ซึ่งเทียบอยู่ข้างบ้าน

เขาชื่ออะไรหรอ?เขาอายุเท่าไหร่? เขาอยู่กับใคร? เขาทำงานหรือว่าเรียนหนังสือ?ป๋องรู้หมดก้อเพราะป๋องกับเขารู้จักกันมานานแล้วเหมือนกัน

เขาคนนี้ชื่อ ริน นรินทร์ ชายหนุ่มวัย 22 นักศึกษาปี 4 ของมหาลัยแห่งหนึ่ง เขาอยู่กับพ่อวัย 40 กว่า ๆ และน้องชายวัย 19 อีก 1 คน

ป๋องไม่ชักช้าเร่งสาวเท้าเข้าไปภายในเหมือนอย่างเคย ด้วยความเร็วที่ป๋องใส่ไม่ยั้งในการมุ่งหน้าเข้าไปหาเขาเหมือนรับร้อนจนเดินช้าเสียไม่ได้

"ดีครับ..พี่ริน" เขาเอ่ยขึ้นเมือเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างนรินทร์

"อ้าว...ป๋อง ว่างัย" คนถูกทักเอ่ยถามขึ้น

"ก็สบายดีนี่ครับ ว่าแต่พี่รินเหอะ ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาเลย"ป๋องตอบพร้อมกลับส่งคำถามไปอีกครั้ง

"พี่มีธุระนิดหน่อย ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ด้วย" เขาตอบพรางยิ้ม ก่อนจะบอกให้ป๋องนั่งลง เมื่อเห็นป๋องยื่นอยู่ครู่หนึ่งแล้ว

"วันนี้ไม่ไปไหนเหรอครับ" ป๋องยังคงสักต่อ

"อืม...ขี้เกียจน่ะ กะว่าจะอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านนะ" เขาตอบทั้งที่สายตายังคงจับจ้องกับเนื้ออหาในหนังสือ

ป๋องนั่งเงียบไปครู่ ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ บ้าน ซึ่งดูไร้ซึ่งคนอยู่นอกจากเขาสองคนแล้ว และหันกลับมาพร้อมกับคำถามอีกครั้ง

"ลุงรันไปไหนอ่ะครับ ไม่เห็นเลย ตั้งแต่ผมเข้ามาแล้ว"

นรินทร์ เงยหน้าขึ้นมามองป๋อง ก่อนที่จะตอบกลับไป

"อ๋อ...ออกไปข้างนอกกับรงค์น่ะ"

...............................................

ป๋องกับนรินทร์นั่งคุยกานได้ครู่ใหญ่

เวลาก็ดูจะเลยบ่ายไปแล้ว ป๋องได้โอกาสลากลับเพราะกลัวแม่จะว่าเอาอีก

เพราะป๋อง เขาออกมาตั้งแต่ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง

ป๋องบอกลานรินทร์เรียบร้อยก็รีบสาวเท้าออกตัวเดินไปเรื่อย ๆ

ไม่เหมือนตอนขามาที่ดูจะเร่งรับ

ป๋องหันกลับมาดูจุดที่นรินทร์นั่งอยู่ เมื่ออกมาถึงนอกรั้วบ้าน เหมือนเป็นการอาลัยอาวรณ์ไม่อยากที่จะจากไปตอนนี้ อยากจะอยู่คุยต่อ แล้วเขาล่ะ นรินทร์จะอยากคุยกับป๋องต่อไหม?

---------------------------------------------------------------------------------********

ติดตามต่อตอนที่ 2 น่ะครับ

ขอบคุณที่ช่วยอ่านน่ะครับ / ติชมด้วยก็ดีน่ะครับ

มีอะไรผิดผลาดก็ขออภัยด้วยน่ะครับ






edit @ 2006/10/30 22:32:40